สร้างสรรค์ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

photo-1514580426463-fd77dc4d0672.jpg

98%* ของคนบอกว่าการเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์นั้นสำคัญกับงาน 

แต่มีเพียง 45%* ที่มองว่าตัวเองเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์

และมีแค่ 2%* เท่านั้นที่คิดว่าบริษัทของตัวเองพัฒนาให้คนทำงานมีความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่!

*ตัวเลขจากกว่า 2,000 สัมมนาในกว่า 60 ประเทศ

เรากำลังอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วโดยที่เราไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลง

เราไม่คิดว่าตัวเองสร้างสรรค์ ไม่ได้รับการสร้างให้สร้างสรรค์ และไม่มีไอเดีย

ไอเดีย คือ การที่คนหนึ่งนำสองสิ่งมารวมกันด้วยวิธีใหม่ – Fredrik Haren

Creativity and Leadership

ในเมื่อทุกคนเห็นว่าความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งสำคัญ และส่วนใหญ่มองว่าตัวเองขาดสิ่งนั้น ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าไม่ได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ดังนั้นจึงเป็นบทบาทสำคัญที่ผู้นำจะต้องผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ในหมู่คนทำงาน

บ่อยครั้งที่เราทำในสิ่งเดิมๆตามวิธีเดิมๆเพราะว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วหรือเป็นสิ่งที่เราทำมันเสมอมา

What is an idea?

อันที่จริงความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียเกิดขึ้นจากการนำสองสิ่งที่มีอยู่แล้วมารวมกัน

เฟรดดริก ฮาเร็นเป็นผู้เขียนหนังสือ “The Idea Book” ซึ่งขายได้มากกว่า 200,000 เล่ม และได้รับการจัดอันดับอยู่ใน 100 Best Business Books of All Time ซึ่งจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ มาจากการรวมกันระหว่าง หนังสือ กับ สมุด โดยหนังสือจะประกอบด้วยเนื้อหา 150 หน้าและกระดาษเปล่าอีก 150 หน้าสำหรับไอเดียของผู้อ่าน

เฟรดดริกเปิดเผยไอเดียเบื้องหลังหนังสือเล่มนี้ว่าในแต่ละบริษัทจะมีงบประมาณสำหรับหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจให้กับผู้นำองค์กรเฉลี่ยปีละ 1 เล่มต่อคน ในขณะที่งบประมาณสำหรับวัสดุสำนักงาน-เครื่องเขียนนั้นเยอะกว่ามาก และหนังสือของเขาก็มีสมุดเป็นส่วนประกอบ

Idea-Perception

เมื่อเรานำความรู้มารวมกับข้อมูลที่เรามี ก็เกิดเป็นไอเดีย

Idea = P(k+i) ;

Idea = Person (Knowledge + Information)

และเมื่อเรามีมุมมองแห่งการสร้างสรรค์ เราจะมองโลกต่างออกไป

Inspiring Creativity

ดังนั้นเราจึงต้องพยายามที่จะพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของเรา นอกจากจะทำให้ตัวเราเองเท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลกแล้ว ก็เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นมีความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นด้วย

เฟรดดริกเล่าถึงพี่ชายของเขาที่ไปว่ายน้ำในสระของรีสอร์ทแห่งหนึ่ง สระว่ายน้ำนี้ครึ่งหนึ่งมีหลังคาปิด อีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่โล่ง และในส่วนที่ปิดนั้นน้ำจะเย็นกว่า

ปัญหาคือการว่ายน้ำตามความยาวของสระทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเมื่อต้องเข้าไปในส่วนน้ำเย็น

แต่เนื่องจากในสระน้ำนั้นไม่มีคนอื่นอยู่ พี่ชายของเขาจึงเกิดไอเดียและเริ่มต้นว่ายน้ำเป็นแนวทแยงมุม แต่ทแยงในพื้นที่แค่ครึ่งเดียวของสระ

ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ริมสระรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจ ลุกขึ้นมาบอกกับเขาว่า “คุณว่ายผิดทิศทาง” (ต้องว่ายตรงๆ) และแม้พี่ชายของเฟรดดริกพยายามอธิบายว่าการว่ายแบบทแยงนี้เป็นการแก้ปัญหาเรื่องน้ำเย็น และไม่ได้รบกวนคนอื่น (เพราะไม่มีใครในสระ) ชายคนนั้นก็ยังไม่ค่อยพอใจและบอกว่า “คุณรบกวนผม”

คำถามคือ เราเป็นแบบ ‘พี่ชาย’ หรือ ‘ชายริมสระ’

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เฟรดดริก ฮาเร็น (Fredrik Haren) ชาวสวีเดน เป็นนักเขียนและนักพูดระดับโลก เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์ในธุรกิจ นวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้เขียนหนังสือ “The Idea Book” ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์

The Global Leadership Summit จัดตั้งขึ้นโดยองค์กร Willow Creek Association เป็นสัมมนาที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผู้นำ จัดขึ้นทุกปี และสำหรับในประเทศไทยมีคริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพเป็นเจ้าภาพ จัดเมื่อวันที่ 15-16 มีนาคม 2019 ที่ผ่านมา

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ : ดีกว่าจนโดดเด่น

photo-1494596163038-5c693c2382e8.jpg

วันนี้มีแนวคิดจากวิทยากรในสัมมนา The Global Leadership Summit 2019 ที่มีโอกาสได้ฟังมาเมื่อเร็วๆนี้ ขอมีโอกาสแบ่งปันกับทุกคนครับ

The Global Leadership Summit จัดตั้งขึ้นโดยองค์กร Willow Creek Association เป็นสัมมนาที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผู้นำ จัดขึ้นทุกปี และสำหรับในประเทศไทยมีคริสตจักรเสรีภาพกรุงเทพเป็นเจ้าภาพ จัดเมื่อวันที่ 15-16 มีนาคม 2019 ที่ผ่านมา

ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จและให้ความสนใจวิ่งมาหาเรา ไม่ว่าจะเป็นการขายหรือการมีอิทธิพลใดๆ เราต้องดีกว่าจนโดดเด่น

ดีกว่าจนโดดเด่น – Andy Stanley

ถ้าเราเป็นร้านส้มตำเพียงร้านเดียวในชุมชน เราอาจจะไม่ต้องอะไรดีมากมาย แต่เพราะมีเราคนเดียว เราจึงโดดเด่น กลับกัน ในแวดวงหรืออุตสาหกรรมที่เราอยู่ ถ้าเราทำได้ดีเหมือนคนอื่น ทำเหมือนๆกัน ทำในวิธีที่ทุกคนทำอยู่ แต่เพราะมีคู่แข่งเยอะ เราก็ไม่โดดเด่น

ดังนั้นเราจึงต้องดีกว่าจนโดดเด่น

ในการทำให้ดีกว่าจนโดดเด่นเราไม่ต้องทำสิ่งใหม่ แต่เอาที่มีอยู่มาทำให้ดีขึ้น หลายครั้งเกิดจากความพยายามแก้ปัญหา การตรวจสอบและหาวิธีแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด จนเป็นความสำเร็จใหม่ๆ

แล้วเราจะสร้างสิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าจนโดดเด่นได้อย่างไร?

ผู้นำที่ดีต้องสร้างวัฒนธรรมให้คนตระหนักถึงการดีกว่าจนโดดเด่น โดยต้องยอมรับและไม่ต่อต้านแม้สิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งที่เราเป็นคนคิดขึ้นมา ประกอบแนวทางด้วย 4 ประการ

4 แนวทางในการสร้างวัฒนธรรม ดีกว่าจนโดดเด่น

1) เป็นนักเรียน ไม่ใช่นักวิจารณ์
ให้เราเลือกที่จะเรียนรู้มากกว่าวิจารณ์ เรามักจะต่อต้านในสิ่งที่เราไม่เข้าใจและควบคุมไม่ได้ ดังนั้นเราต้องไม่วิจารณ์ในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ และเลือกที่จะเรียนรู้มากกว่า

2) เปิดตาเปิดใจให้กว้าง
ในการพัฒนาสิ่งใหม่ๆเราต้องเปิดตาเปิดใจเปิดหูฟังเสียงคนนอกบ้าง เพราะว่าคนนอกไม่ได้ถูกครอบด้วยสมมติฐานของเราที่คิดและทำซ้ำๆเดิม เราต้องฟังเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่ดี

3) แทนที่คำว่า “อย่างไร” ด้วยคำว่า “โอ้โห” (How to Wow!)
เราจะได้รับสิ่งใหม่ๆก็ต่อเมื่อเราโอ้โหกับไอเดียของคน อย่าลืมว่าแนวคิดที่น่าสนใจอาจไม่ใช่ความคิดที่มาจากเรา ดังนั้น Don’t be a closed-mind leader ฝึกพูดบ่อยๆกับคำว่า “โอ้โห…ดี เรามาลองทำดู”

4) ถามคำถามถึงความโดดเด่น
ประกอบด้วย นี่มันโดดเด่นหรือเปล่า? อะไรทำให้สิ่งนี้โดดเด่นและเราทำอะไรได้บ้าง? มันดีกว่าหรือเปล่า? และมันดีกว่าจริงหรือ?

เราต้องใส่ใจในพรมแดนของความไม่ใส่ใจ ให้เราหันหลังจากสิ่งที่รู้อยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะเราไม่เชื่อสิ่งนั้น แต่เพื่อเรียนรู้…

 

Andy Stanley เป็นผู้ก่อตั้งและศิษยาภิบาล (ผู้นำ) ของคริสตจักร Northpoint Ministries ในเมืองแอตแลนต้า รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา 

Cannibalization

video-game-1332694_1280.png

Cannibalization คือผลกระทบในทางลบที่เกิดขึ้นต่อยอดขายของผลิตภัณฑ์สินค้าใดๆเมื่อมีการออกผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่หรือผลกระทบที่มีต่อยอดขายโดยรวมของบริษัทเมื่อมีการขยายสาขาใหม่ เนื่องจากยอดขายของสินค้าใหม่หรือของสาขาใหม่นั้นไป ‘กิน’ ส่วนแบ่งจากผลิตภัณฑ์หรือยอดขายของสาขาเดิม

Cannibalization ในชีวิตประจำวัน

วันนี้มีตัวอย่างกรณียอดขายของสินค้าใหม่ไปลดความน่าสนใจหรือความต้องการของสินค้าเดิมในชีวิตประจำวัน

ที่ออฟฟิศของเราที่หลักทรัพย์ไทย เดอะไนน์ พระราม9 จะมีสาวยาคูลท์แวะมาสัปดาห์ละ 1 วันครับ อาจจะเป็นวันพุธหรือพฤหัสฯ

ทุกครั้งที่สาวยาคูลท์  (จริงๆคือคุณป้า) แวะมาก็มักจะได้ยอดขายกลับไปไม่มากก็น้อย พวกเราในออฟฟิศ 20 คนสลับกันสั่งยาคูลท์ 3 ขวดบ้าง 5 ขวดบ้าง มากที่สุด 12-14 ขวดก็มี รวมแล้วเป็นจำนวนกว่า 40-50 ขวด

เราก็ซื้อกันทุกสัปดาห์อยู่เป็นช่วงเวลาหนึ่งจนคุณป้าท่านนั้นไม่ได้แวะมา 2-3 สัปดาห์

ได้ข่าวว่าแกขายจนได้รางวัลไปเที่ยวญี่ปุ่น (ขนาดนั้น…)

หลังจากนั้นก็มีสาวยาคูลท์ (อันนี้สาวจริง) กลับมาให้บริการเราต่อ เราก็ยังซื้ออย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งเมื่อกลางปีที่ผ่านมายาคูลท์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่คือยาคูลท์ไลท์ (Yakult light) 

ความพิเศษคือมีน้ำตาลน้อย ราคาขายคือ 8 บาท เทียบกับสูตรปกติ 7 บาท

เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในการสั่งซื้อยาคูลท์ของพวดเราคือหลายคนจะรอสั่งเฉพาะสูตรไลท์เท่านั้น

ประเด็นก็คือสูตรไลท์ไม่ค่อยมีของมาถึงพวกเราสักเท่าไร ดังนั้นก็จะสั่งได้แค่ 7-10 ขวด

ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือถ้าไม่มีสูตรไลท์ก็ไม่สั่ง แล้วก็ไม่ซื้อสูตรธรรมดาด้วย!!!

นี่อาจจะเป็นตัวอย่างหนึ่งของกรณียอดขายของสินค้าใหม่ไปลดความน่าสนใจหรือความต้องการของสินค้าเดิม…

(กรณีนี้ผมดูแต่ในออฟฟิศผมก็ไม่แน่ว่าภาพรวมยอดขายอาจจะสูงขึ้นก็ได้แต่พอดีสูตรไลท์มาไม่ถึงออฟฟิศเรา แต่ถ้ามีของติดมาเยอะๆก็เชื่อว่าจะขายดีขึ้น)

Cannibalization กับสินค้าใกล้ตัว

อีกกรณีซึ่งมีผู้วิเคราะห์ไว้น่าสนใจคือผลิตภัณฑ์ของ Etude และ Skinfood ซึ่งเป็นเครื่องสำอางค์ของเกาหลีซึ่งแต่ก่อนถ้าเราอยากจะซื้อใช้เราก็ต้องบินไปซื้อถึงเกาหลี และพวกเราคนไทยก็ซื้อฝากกันล้นหลาม

สุดท้ายทั้งสองแบรนด์มาเปิดสาขาที่เมืองไทย สิ่งที่เกิดขึ้นคือสาขาที่เมืองไทยก็ไม่ซื้อ พอบินไปเกาหลีก็ไม่ซื้อ (หรือสนใจซื้อน้อยลง)

ทำให้นึกถึงสินค้าของ 2 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์คือบิวตี้ (BEAUTY) ซึ่งจัดจำหน่ายเครื่องสำอางค์เช่นกันและเถ้าแก่น้อย (TKN) ซึ่งเรารู้จักกันดีในว่าขายสาหร่าย และทั้งสองบริษัทได้ประโยชน์มากจากการเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนและซื้อกลับไป จนสุดท้ายทั้งสองบริษัทตัดสินใจขยายตลาดเข้าไปในประเทศจีน

ความน่าสนใจของการบินมาซื้อที่เมืองไทยย่อมลดลง ส่วนการเพิ่มยอดขายในเมืองจีนก็ต้องแข่งขันเช่นกัน…

Authentic

i-am-461820__480.png

ว่าด้วยเรื่องของ Authentic ซึ่งส่งผลต่อมุมมองของผู้อื่นที่มีต่อเราและการสร้างความประทับใจในความสัมพันธ์ครับ

ดูคำแปลจาก dictionary.com กันก่อนครับ

Authentic : representing one’s true nature or beliefs; true to oneself or to the person identified:

ความเป็น Authentic คือการที่เรามีตัวตนและแสดงออกมาอย่างแท้จริง เป็นคนจริงของจริง ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บ้านหรือที่ทำงาน จะอยู่ต่อหน้าคนหมู่มากหรือหมู่คนสนิท หรือแม้กระทั่งอยู่คนเดียว ทำอย่างที่พูดและมั่นคงในทุกสถานการณ์ คนคาดหวังจากเราได้ว่าจะตอบสนองอย่างไร ไม่ซัดไปเซมาเหมือนคลื่นลม

Authentic ในที่นี้ไม่ใช่ perfect เพราะแน่นอนไม่มีใครสมบูรณ์ 100% ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่หัวแข็ง (ฉันเป็นของฉันแบบนี้) เพียงแต่การแสดงออกนั้นทำให้มองเห็นถึงความจริงใจและซื่อสัตย์ต่อผู้อื่น ส่วนเรื่องของการพัฒนาเปลี่ยนแปลงก็ตามมาภายหลัง

ใครๆก็ชอบของแท้ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของหรือความสัมพันธ์ ดังนั้น to be authentic จะสร้างความประทับใจในความสัมพันธ์ได้อย่างดี

“You attract the right things when you have a sense of who you are.” Amy Poehler

Plan & OverPlan

military

วางแผนมากเกินไปก็เป็นอันตรายได้ ทั้งการรบในสมรภูมิและการรบในสนามธุรกิจ

Business Insider ไปสัมภาษณ์อดีต Navy SEAL Jocko Willink และ Leif Babin ผู้แต่งหนังสือชื่อว่า “The Dichotomy of Leadership” ชี้ให้เห็นความสำคัญของการวางแผน (Plan) ที่ต้องไม่วางแผนมากจนเกินไป (Overplan)

Babin บอกว่าสิ่งสำคัญในการเตรียมตัวทำภารกิจของซึล คือการวางแผนสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินหรือ Contingency plan เผื่อไว้เมื่อสิ่งต่างๆไม่เป็นไปตามที่คิดและอาจส่งผลร้ายแรง การวางแผนช่วยให้โอกาสในการทำภารกิจสำเร็จมีมากขึ้นแต่อย่างไรก็ดี Babin บอกว่าต้องไม่วางแผนมากเกินไป ต้องสร้างสมดุลให้ดี โดยทั่วไปแล้วสำหรับเขาจะวางสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ 3-4 สถานการณ์ในแต่ละช่วงของภารกิจ

การทำแบบนี้ทำให้เห็นภาพรวมของภารกิจ เขาจะรู้ว่าจะมีหนึ่ง สอง หรือสามสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นแล้วผิดพลาด ซึ่งเขาก็จะให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นรวมถึงวางแผนรับมือสิ่งเหล่านั้นไปจนถึงการคิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้น (Worst Case Scenario) ด้วย ดังนั้น Babin และทีมก็มีโอกาสที่จะจัดการกับสถานการณ์เหล่านั้น ทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นและขั้นตอนปฏิบัติหากสิ่งผิดพลาดได้เกิดขึ้นเช่นกัน

Willink พูดถึงด้านธุรกิจบ้างว่า สมมติบริษัทหนึ่งวางแผนสำหรับโครงการในไตรมาสข้างหน้า ซึ่งเป็นโครงการที่ค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน สิ่งที่บริษัทต้องทำแน่ๆคือการวางแผน อย่างไรก็ดีเราจะเห็นว่ามีบริษัทมากมายที่ทุ่มเททรัพยากรและพละกำลังไปในการวางแผนจนไม่ได้ทำอะไรให้เริ่มต้นเดินหน้าจนมีทีท่าว่าโครงการจะสำเร็จได้ ตรงนี้เขาย้ำอีกครั้งว่าต้องมีสมดุล วางแผนได้แต่ต้องไม่มากเกินจนไม่ได้ทำอะไรให้เดินหน้าหรือสำเร็จ

Babin เล่าประสบการณ์ตอนที่เขาไปออกภาคสนามครั้งแรกในพื้นที่เสี่ยงอันตราย และตัวปฏิบัติการณ์เองก็มีความเสี่ยงที่จะดำเนินไปเกิน 24 ชั่วโมง ตัวเขานั้นเตรียมข้าวของเสมือนไปรบสงครามโลกครั้งที่ 3

เขาเผื่อระเบิดมือ เผื่อแม็กลูกกระสุน เผื่อน้ำ เผื่ออาหาร เผื่อแบตเตอรี่และวิทยุสื่อสาร และทุกอย่างที่จะช่วยควบคุมสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น ผลลัพธ์คือสัมภาระของเขาหนักมากๆ น้ำหนักของกระเป๋าหลังทำให้เขาแทบไม่สามารถจะทำภารกิจลาดตระเวนอย่างที่ตั้งใจ รวมถึงการนำทีมด้วย กลายเป็นว่าตอนนี้เขาและทีมอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายกว่าเดิมทั้งๆที่วางแผนมาเพื่อป้องกันทุกสถานการณ์ฉุกเฉิน

สรุปอีกครั้งคือเราวางแผนได้แต่ต้องไม่วางแผนมากเกินไป

สุดท้ายเขายังฝากถึงคนที่เป็นผู้นำด้วยว่าในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องตัดสินใจ ก็ต้องตัดสินใจบนแผนที่วางไว้ และผู้นำที่ดีต้องสามารถยอมรับคำแนะนำหรือไอเดียที่ดีที่มาจากผู้อื่นที่มองแล้วว่าช่วยให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น ไม่ว่าไอเดียนั้นจะมาจากตัวเองหรือไม่ก็ตาม

ที่มา : www.businessinsider.com

4การขายที่น่าสนใจ

pexels-photo-581339

ช่วงที่ผ่านได้มีโอกาสเห็นรูปแบบการขายที่น่าสนใจ ขออนุญาตนำมาเล่าให้ฟังครับ

1) วันนี้ได้มีโอกาสคุยกับน้องที่ทำงานเล่าให้ฟังถึงแบรนด์กระเป๋าชื่อว่า FREITAG จุดเด่นคือสินค้าผลิตจากวัตถุดิบผ้าใบคลุมรถบรรทุกมารีไซเคิลทำให้กระเป๋าแต่ละใบมีความเฉพาะตัว เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน

แม้ผมจะเพิ่งเคยรู้จักแต่จริงๆแบรนด์นี้มีขายในเมืองไทยมากกว่า 5 ปีแล้ว มีสาขาที่กรุงเทพฯและเชียงใหม่

ตอนที่น้องเล่าและเปิดรูปร้านให้ดูก็พบความน่าสนใจของรูปแบบชั้นวางซึ่งเป็นกล่องลักษณะลิ้นชักซ้อนๆกัน แต่ละกล่องใส่กระเป๋าเอาไว้และมีรูปตัวอย่างให้ดูด้านหน้า ถ้าใบไหนขายแล้วก็เอากล่องใหม่มาเสียบแทน

การทำแบบนี้น่าจะตอบโจทย์หลายอย่าง นอกเหนือจากความสวยงามแล้ว เนื่องจากกระเป๋าแต่ละใบมีความแตกต่างกัน การมีสินค้าตัวโชว์อาจให้รายละเอียดไม่พอ การมีรูปตัวอย่างช่วยให้เลือกได้ง่ายขึ้น และการใส่กล่องเป็นชั้นๆก็ช่วยให้เรียบร้อยและหยิบดูสะดวก

f-store-bangkok-by-pronto-v30wall-rgb-banner (1)
www.freitag.ch/en/freitagbyprontobkk

2) เมื่อวานไปกินมื้อพิเศษในวันวาเลนไทน์กับภรรยาครับ กินข้าวเสร็จแล้วก็ต้องปิดด้วยของหวาน เลยไปกินไอศกรีมโยเกิร์ตที่ร้าน Yogurtland ครับ

ร้านนี้เคยไปกินมาบ่อยแล้วครับ เมนูจะเป็นไอศกรีมโยเกิร์ตรสชาติต่างๆ สามารถเติม topping ได้หลากหลายทั้งผลไม้ ขนมหวาน และของกรุบกรอบ

สิ่งที่รู้สึกว่าแตกต่างคือรูปแบบการจ่ายเงินครับ ร้านนี้เขาจะคิดเงินเราตามน้ำหนัก อย่างล่าสุดที่ไปกินคือ 100 กร้ม/80 บาท ซึ่งถ้วยหนึ่งก็จะอยู่ราวๆ 250 กรัมครับ (มีถ้วย 2 ขนาดแล้วแต่เราจะเลือก)

การคิดเงินตามน้ำหนักช่วยให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้นนะครับจะกินมากกินน้อยก็แล้วแต่ตามใจ ทางร้านก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเสิร์ฟสินค้าที่น้ำหนักไม่ได้มาตรฐาน ส่วนพนักงานก็ไม่ต้องใช้จำนวนมากด้วยครับ

FB_IMG_1550251623202.jpg
รูปภาพจาก Facebook Page : Yogurtland Thailand

3) ล่าสุดวันนี้ได้มีโอกาสเห็น share จาก facebook ของคุณ Palmy ศิลปินชื่อดัง โพสภาพเนื้อเพลงให้แฟนเพลงได้นำไปเล่นกันโดยที่ยังไม่ได้เปิดตัวเพลงออกมา ก็ถือเป็นแนวทางแปลกใหม่น่าสนใจเพราะปกติต้องมีเพลงออกมาให้ฟังก่อนเราถึงจะไปแกะเนื้อเล่นตามกันครับ เรียกเสียงฮือฮาในโลก social ได้มากทีเดียว ตามลิงค์กันไปได้เลยครับ

4) สุดท้ายอยู่ที่ตั้งออฟฟิศผมคือที่ The Nine พระราม9 ย้ายมาทำที่สาขานี้ได้สองปีกว่าแล้วที่สังเกตคือไม่มีแผงลอตเตอรี่ขาย จะมีก็แต่คนขายขี่จักรยานพร้อมแผงผ่านไปมาครับ

ล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมามีแผงมาตั้งขายลอตเตอรี่แล้วครับและคนให้ความสนใจเยอะด้วย แม้ว่าผมจะไม่ได้ไปเลือกซื้อกับเขาแต่เห็นว่ารูปแบบการขายของแผงนี้น่าสนใจ

คือเขาจะไม่ได้เปิดขายทุกวันครับ จะมาขายเฉพาะวันที่ 9-16 และ 24-30/31 (ถ้าจำผิดขออภัยครับ) นอกจากจะตอบโจทย์คนในพื้นที่ที่ไม่มีให้เลือกซื้อแล้ว การมาขายเฉพาะบางช่วงก็ช่วยให้มีเวลาไปทำอย่างอื่นด้วย เพราะอันที่จริงแล้วพฤติกรรมของผู้ซื้อส่วนใหญ่ก็มาซื้อเอาวันท้ายๆทั้งนั้น

ประมาณนี้ครับสำหรับวันนี้ สี่รูปแบบการขายที่น่าสนใจเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนครับ

Happy Day

pexels-photo-842682.jpeg

เต็มไปด้วยความชื่นมื่นสำหรับวันที่ 14 กุมภาฯ วันวาเลนไทน์ ทั้งส่วนตัวผมเองกับภรรยาที่ได้มอบดอกไม้ให้กันและมีมื้อพิเศษ รวมถึงเพื่อนๆ คนรอบข้าง และในสื่อ social ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความรัก

และนี่คือข้อคิดที่ได้จากวันนี้ครับ

  1. ความพิเศษขึ้นอยู่กับเราเลือก แน่นอนวันนี้เป็นวันพิเศษแต่บรรยากาศและความสัมพันธ์ของเราจะพิเศษหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเรา ถ้าเราไม่ให้ความสำคัญ มันก็จะเหมือนวันอื่นๆ แต่ถ้าเราให้ความสำคัญ วันนี้ก็จะพิเศษขึ้นมา ถ้าวันนี้ยังเฉยชาเหมือนเดิม วันนี้ยังเอาแต่ใจ วันนี้ยังไม่เสียสละ หรือไม่สร้างสรรค์อะไรขึ้นมา ทุกอย่างก็เหมือนเดิมครับ
  2. แต่ความพิเศษก็ไม่จำเป็นต้องมาก เพราะถ้าเราเลือกจะทำแล้วเราทำเท่าที่ได้ สิ่งอื่นก็ไม่ใช่อุปสรรค ผมเห็นหลายคนก็ไม่ต้องกินร้านหรูจัดเต็มแต่ก็มีบรรยากาศพิเศษได้ ดอกไม้ช่อเล็กบ้างใหญ่บ้างแต่ก็มี ไม่มีดอกไม้ก็ซื้อของขวัญให้กัน บางคนวันนี้ไม่สะดวกจริงก็เห็นว่ายังตั้งใจจะไปทำในวันอื่น เช่นไปกินมื้อพิเศษหรือไปต่างจังหวัดในวันสุดสัปดาห์นี้เป็นต้น อะไรก็ได้ แม้กระทั่งคำพูดและข้อความที่สื่อสารว่าเรายังให้ความสำคัญแก่กันและกัน

สรุปคือทั้งสองข้อเอาไปปรับใช้กับทุกวันในความสัมพันธ์ของเราได้ทั้งหมด เพราะในเมื่อความพิเศษขึ้นอยู่กับเราเลือกไม่ได้อยู่ที่วัน ฉะนั้นวันไหนก็ทำได้ ในขณะที่ความพิเศษก็ไม่จำเป็นต้องมากเว่อร์ พรุ่งนี้ก็ทำได้อีก สัปดาห์หน้าก็ยังทำได้อีก เดือนหน้าด้วย…

ขอให้ทุกคนมั่นคงและชื่นบานในความรักครับ