ผิดคาด

pexels-photo-374918.jpeg

คิดว่าเยอรมันจะเข้ารอบ…แต่ก็ตก (บอลโลก2018)

คิดว่ารถจะติด…แต่ก็ไม่ติด

คิดว่าฝนจะตก…แต่ก็ไม่ตก

คิดว่าจะไปสาย…แต่ก็ไม่สาย

คิดว่าจะทำงานไม่เสร็จ…แต่ก็เสร็จ

คิดว่ายอด(ขาย)จะไม่ดี…แต่ก็พอมี

ในเมื่อผิดคาดกันได้…

คิดว่ายาก…ก็อาจทำได้

คิดว่าหาไม่พบ…ก็อาจจะพบ

คิดว่าไม่สำเร็จ…ก็อาจจะสำเร็จ

ได้เหมือนกัน…

บทเรียนการตั้ง(เขียน)เป้าหมายในชีวิต

arm-1284248_1280.jpg

คนวัยหนุ่มสาวหลังจากเรียนจบเริ่มต้นทำงานก็มีแนวทางคล้ายๆกัน

ทำงาน ใช้จ่าย เพิ่มรายได้ พยายามจะตั้งตัว มีกิจการ ลงทุน สร้างความมั่งคั่ง ฯลฯ

กระบวนการที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การตั้งเป้าหมาย กล่าวเจาะจงกว่านั้นคือการเขียนเป้าหมายลงเป็นลายลักษณ์อักษร

ถ้ามีการเขียนเป้าหมาย ผลลัพธ์ออกได้ 2 แบบ

1)บรรลุได้ตามเป้าหมาย

2)ไม่บรรลุตามเป้าหมาย

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่จุดที่จะชี้ให้เห็นในวันนี้คือถ้าไม่มีการเขียนเป้าหมาย สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นได้คือ

มีโอกาสแล้วแต่ไม่บรรลุเป้าหมาย

ยกตัวอย่างเช่น เราอาจคิดๆเอาไว้ว่าจะมีธุรกิจของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าจะเริ่มตอนอายุเท่าไรและใช้ทุนเท่าไร ก็ทำงานๆเก็บเงินไปก่อนซึ่งคิดว่าต้องใช้เวลาหลายปี

ปรากฎว่ามีปีหนึ่งขณะทำงานเก็บเงินอยู่นั้นได้โบนัสก้อนใหญ่มากๆ ซึ่งจริงๆอาจใช้เริ่มต้นธุรกิจได้ แต่พอดีไม่ได้เขียนเป้าหมายอย่างเจาะจงเอาไว้ เงินโบนัสก็อาจจะถูกนำไปทำอย่างอื่น

เช่น เที่ยวต่างประเทศ ลงทุนในหุ้นเก็งกำไร แต่งรถ ฯลฯ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าเสียโอกาสการเริ่มต้นธุรกิจไปแล้ว

ซึ่งถ้าลองไปถามหลายๆคนจะมีประสบการณ์เสียดายๆเหล่านี้แตกต่างกันออกไป

แต่ถ้าสมมติเราได้เขียนเอาไว้ เมื่อโอกาสมาถึง เราก็จะทำทันที หรือถ้ายังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็จะไม่ดันทุรังทำเช่นกัน แถมยังนำมาทบทวนได้อีกด้วย

การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้เรามีโฟกัสและแนวทางปฏิบัติโดยไม่ถูกกระทบจากอารมณ์หรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

และพระเจ้าตรัสตอบข้าพเจ้าว่า “จงเขียนนิมิตนั้นลงไป จงเขียนไว้บนแผ่นป้ายให้กระจ่าง เพื่อให้คนที่วิ่งอ่านได้คล่อง เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่ มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จ มันไม่มุสา ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่ คงไม่ล่าช้านัก
ฮาบากุก 2:2‭-‬3 TH1971

 

พอดี…ไม่มีบังเอิญ

steel-wool-818535_1280.jpg

1)

พอดีว่าสหรัฐฯจะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

พอดีว่ามีสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ

พอดีว่ามีเงินไหลออกจากบ้านเรา

หุ้นก็เลยตก

พอดีว่าเราทำงานเกี่ยวกับหุ้น

พอดีว่าการทำงานช่วงนี้ยาก

เราก็เลยเครียด

 

2)

พอดีว่าวันนี้มีพิธีไว้อาลัย (งานศพ) ที่โบสถ์

พอดีว่าพี่ที่เคารพรักและดูแลกันมาอย่างดีมางานด้วย

พอดีว่าฝนตกหนักตอนพิธีเลิก

พอดีว่ายังกลับไม่ได้

พอดีได้นั่งคุยกัน

ก็เลยได้กำลังใจและได้แนวทางในการทำงานมากขึ้น

 

3)

พอดีจอดรถไว้ในสนามหญ้า

พอดีฝนตกน้ำขัง

พอดีว่าวันนี้ไปเตะบอลมา

ก็เลยมีรองเท้าแตะในรถ

พอดี…

ไม่มีบังเอิญ…

ปัญญาจารย์ – ความล้ำลึกที่แตะใจ

nature.jpeg

กษัตริย์ซาโลมอนได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในโลก และในพระคัมภีร์ยังกล่าวอีกว่าเขาเป็นผู้ที่มีสติปัญญามากที่สุดด้วยเพราะเขาได้ทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้าเพื่อใช้ในการปกครองบ้านเมือง และพระเจ้าได้ประทานให้ (1พงศ์กษัตริย์3)

ด้วยสติปัญญาของซาโลมอน กษัตรย์ผู้นี้ยังได้เขียนหนังสือหลายเล่มที่เป็นแหล่งความรู้และปัญญา ทั้งหนังสือสุภาษิต และหนังสือปัญญาจารย์ ซึ่งวันนี้จะขอกล่าวถึงหนังสือปัญญาจารย์ครับ

หนังสือปัญญาจารย์กล่าวถึงชีวิตของมนุษย์ว่าล้วนเป็นอนิจจัง ตรากตรำทำสิ่งซ้ำๆเดิมๆและไม่มีความหมาย และหนังสือนี้ได้แฝงจุดมุ่งหมายที่ชี้ให้มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยมีพระเจ้า

ถ้อยคำที่ซาโลมอนเขียนค่อนข้างมีความล้ำลึกและแตะต้องใจผม ขณะที่อ่านไปก็เรียนรู้ถึงความจริง (ถึงกับต้องแอบยิ้มมุมปาก) จึงอยากจะมาแบ่งปัน ลองดูกันในบางช่วงบางตอนครับ โดยขอยกตัวอย่างจากบทที่สองของหนังสือปัญญาจารย์ครับ

‘คนมีสติปัญญารู้ว่าจะเดินไปทางไหน แต่คนเขลาเดินในความมืด ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ตระหนักว่า เคราะห์อย่างเดียวกันเกิดขึ้นแก่พวกเขาทุกคน ข้าพเจ้าเห็นว่าสติปัญญามีประโยชน์กว่าความเขลา เหมือนความสว่างมีประโยชน์กว่าความมืด ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่า “เคราะห์ที่เกิดแก่คนเขลา ก็จะเกิดกับตัวข้าพเจ้าด้วย ถ้าเช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าจะมีสติปัญญามากมายไปทำไมเล่า?” ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่าเรื่องนี้ก็อนิจจังเหมือนกัน ‘ ปัญญาจารย์ 2:13-15 https://www.bible.com/bible/174/ECC.2.13-15

ซาโลมอนพูดถึงสติปัญญาและความโง่ในข้อที่ 13-15 และบอกว่าถึงแม้ตัวเขาหรือคนฉลาดจะมีสติปัญญารู้ว่าจะต้องไปทางไหนอย่างไร ขณะที่คนโง่คงจะไม่รู้ทางไป แต่สุดท้ายเคราะห์อย่างเดียวกันก็เกิดขึ้นกับทุกคนรวมถึงตัวเขาอยู่ดี เพราะฉะนั้นจะมีสติปัญญามากมายไปทำไม…

‘ข้าพเจ้าเกลียดการตรากตรำทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะข้าพเจ้าจำต้องละการนั้นไว้ให้แก่คนที่มาภายหลังข้าพเจ้า แล้วใครจะไปทราบว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนมีสติปัญญาหรือคนเขลา กระนั้นเขาก็ครอบครองการตรากตรำทุกอย่างของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำมาและใช้สติปัญญาทำภายใต้ดวงอาทิตย์ นี่ก็อนิจจังด้วย ข้าพเจ้าจึงหันกลับและท้อแท้ใจนักถึงเรื่องการตรากตรำทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำมาภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะว่ามีคนที่ตรากตรำโดยใช้สติปัญญา ความรู้ และความชำนาญ แต่แล้วก็ละส่วนแบ่งของเขาให้อีกคนหนึ่งที่หาได้ตรากตรำทำเพื่อการนั้นไม่ นี่ก็อนิจจังด้วยและสามานย์ยิ่ง ‘ ปัญญาจารย์ 2:18-21 https://www.bible.com/bible/174/ECC.2.18-21

ข้อ 18-21 จะเห็นภาพชัดในแง่ของธุรกิจทีสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมือ โดยเฉพาะถ้าเป็นธุรกิจครอบครัวซื่งต้องส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป ซาโลมอนรำพึงว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่มารับไม้ต่อจากเราเป็นคนมีสติปัญญาหรือเป็นคนเขลา ถึงแม้เจ้าตัวจะตรากตรำดูแลธุรกิจการงานของเขาอย่างเข้มงวด ใช้ทั้งสติปัญญา ความรู้และความชำนาญ แต่สุดท้ายเขาก็จำต้องละไว้ให้กับคนรุ่นต่อๆไป (ถึงแม้ว่าเขาจะเลือกคนรุ่นต่อจากเขาให้เป็นคนที่ไว้วางใจได้ แต่ก็ใช่ว่าคนรุ่นถัดจากนั้นจะดีเหมือนเดิม) อีกเรื่องที่ทำซาโลมอนท้อแท้คือแม้ตัวเองเป็นคนตรากตรำกระทำการงานไว้มากมาย ยังไงก็จะมีคนรุ่นถัดๆไปมารับส่วนแบ่งซึ่งคนเหล่านั้นไม่ได้ตรากตรำทำเองด้วยอยู่ดี

สุดท้ายเราได้อะไรจากการอ่านข้อความของซาโลมอน เราจะท้อแท้ วางมือ หรือรู้สึกว่าอยู่ไปก็ไม่ได้อะไร หรือเราจะตรากตรำมากขึ้นอีกเพื่อที่จะเอาชนะเคราะห์ (จากข้อ13-15) ที่จะเกิดขึ้นกับเรา  หรือจะตรากตรำมากขึ้นอีกเพื่อชิงส่วนแบ่ง (ในข้อ18-21) มาเป็นของเราให้มากที่สุด

ซาโลมอนทิ้งคำตอบไว้ในช่วงท้ายของบทที่สอง ในข้อที่ 24-26

‘สำหรับมนุษย์นั้นไม่มีอะไรดีไปกว่ากินและดื่ม กับชื่นชมผลจากการตรากตรำของเขา นี่แหละข้าพเจ้าเห็นด้วยว่าเป็นมาจากพระหัตถ์ของพระเจ้า ด้วยถ้าไม่อาศัยพระองค์ แล้วใครจะกินได้เล่า? หรือใครจะชื่นบานได้? เพราะว่าพระเจ้าประทานสติปัญญา ความรู้ และความยินดีให้แก่คนที่พระองค์พอพระทัย แต่ส่วนคนบาปพระองค์ประทานภารกิจที่ต้องเก็บเกี่ยวและสะสม เพื่อให้แก่ผู้ที่พระเจ้าพอพระทัย นี่ก็อนิจจังด้วยคือ กินลมกินแล้ง’ ปัญญาจารย์ 2:24-26 https://www.bible.com/bible/174/ECC.2.24-26

นั่นคือจุดมุ่งหมายของหนังสือปัญญาจารย์ที่พูดถึงชีวิตคนเราหากไม่มีพระเจ้า ก็ไม่มีความหมาย เพราะว่าสิ่งที่มนุษย์ชื่นชอบนั่นก็คือการกินดื่มและชื่นชมผลงานต่างๆ แต่สิ่งเหล่านั้นจะมาจากไหนได้ถ้าไม่ใช่พระเจ้าประทานให้ทั้งสติปัญญา ความรู้และความชื่นชมยินดีต่างๆ ในขณะที่คนซึ่งพระเจ้าไม่พอพระทัย ก็คงจะต้องก้มหน้าก้มตาทำภารกิจต่างๆไปบนความอนิจจัง คือกินลมกินแล้ง ไม่มีความยินดี…

พระเจ้าประทานสติปัญญาและความยินดีให้กับผู้ที่พระองค์พอพระทัย

มังคุด&ทุเรียน

fruits-2637541_1280

รู้หรือไม่!? ลูกมังคุดจะมีก้นที่มีลักษณะคล้ายดอก จำนวนกลีบของก้นมังคุดสามารถบ่งบอกถึงจำนวนของเนื้อมังคุดที่อยู่ภายในเปลือกได้ด้วย

mangosteen-811154_1280.jpg
จำนวนกลีบของเนื้อมังคุดจะเท่ากับกลีบของดอกที่ก้นลูก

ที่เรารู้จำนวนเนื้อในมังคุดได้ก็เพราะผลของมันเผยบางสิ่งออกมาภายนอก…

…เช่นเดียวกันกับตัวเรา คนอื่นจะรู้ถึงความรู้สึกภายใน หรือตัวตนของเราได้ก็เพราะสิ่งที่แสดงหรือพูดออกมา

บ่อ‍น้ำ‍พุ​จะ​มี​ทั้ง​น้ำ‍จืด​และ​น้ำ‍เค็ม ​พุ่ง​ออก​มา​จาก​ช่อง​เดียว‍กัน​ได้​หรือ?
ยากอบ 3:11 (THSV11)

…บ่อน้ำพุที่พุ่งออกมา ถ้าออกมาภายนอกเป็นน้ำเค็ม ก็รู้แล้วว่าภายในบ่อนี้เค็มแน่นอน

…คำพูดที่ออกมา ถ้าออกมาเป็นคำพูดเสียๆลบๆ ก็รู้แล้วว่าภายในคนนี้คิดลบแน่นอน

ให้เราเป็นแบบทุเรียนดีกว่าครับ ภายนอกนี่ดูไม่รู้เลยว่ามีอะไร (แถมมีหนามอีกด้วย) แต่ข้างในกลับเป็นเนื้อผลไม้ที่อร่อยจนใครๆถามหา

singapore-314915_1280.jpg

…ถ้าจะเปิดเผยออกมา ก็เปิดเผยออกมาด้วยสิ่งดีๆ ดีกว่าครับ

จง​ระแวด‍ระวัง​ใจ​ของ​เจ้า​ยิ่ง‍กว่า​สิ่ง​อื่น‍ใด เพราะ​ทุก‍สิ่ง​ที่​เจ้า​ทำ​ออก‍มา​จาก​ใจ
สุภาษิต 4:23 (THSV11)

ช้าหน่อย

traffic-jam-1703575_1280.jpg

เคยไหมครับอยู่บนถนนเวลารีบๆแล้วรถก็หนาแน่น

เราอยากจะไปเร็วเห็นเลนข้างๆโล่ง เราก็ตบเข้าไป

ปรากฏว่าเข้าไปแล้วกลับช้า เลนเดิมของเราแซงขึ้นมาอีก

ขับไปสักพักเราตบไปอีกเลน เหมือนจะเร็วขึ้น

สุดท้ายก็ช้าอยู่ดี จนคันที่เราแซงขึ้นมาก็กลับมาแซงเรา

…มากเข้าผมก็เลยพอดีกว่า ไม่ต้องตะบี้ตะบันแล้ว

…ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร

+++++++++++++++++++++++

คงไม่ใช่แค่ขับรถเท่านั้น

การงาน

ความสัมพันธ์

การลงทุน

ลูกหลาน

การเรียน

การรอคอยบางสิ่งที่จะได้ดั่งใจ

…ไม่ต้องตะบี้ตะยันตลอด

…ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร

1แถม1

Variety-of-global-events-taking-place-on-World-Milk-Day_wrbm_large

วันนี้ 1 มิถุนายน เป็นวันดื่มนมโลกครับ (World Milk Day)

และพอดิบพอดีกับเป็นวันที่ 1 วันนี้ได้ไปใช้บริการโปรฯ 1 แถม 1 จากสองร้านอาหารครับ (เกี่ยวไหม555)

มื้อเที่ยงไปกินพิซซ่าที่ Domino’s Pizza เป็นโปรฯพิซซ่าถาดกลาง (หมวด Express)  ซื้อ 1 แถม 1 ในราคา 199 บาท (จากราคาปกติถาดละ 149 บาท) มีให้เลือก 4 หน้าครับ เราเลือกมา 2 หน้าคือ สไปซี่กุ้ง และ แฮม&ชีส (อีกสองหน้าที่ไม่ได้เลือกคือ ไก่บาร์บีคิวกับมาการิต้าครับ) มีถาดละ 6 ชิ้น กินกับภรรยา 2 คนอิ่มอร่อยพอดีๆ เหลือกลับบ้าน 2 ชิ้นครับ ลองไปดูโปรฯกัน ตามนี้

FB_IMG_1527851261589

กินพิซซ่าเสร็จบ่ายๆไปเห็นโปรฯของ S&P พอดีคือซื้อกาแฟ Bluecup 1 แถม 1 ซึ่งปกติแล้วจะมี Bluecup D-Day เดือนละ 2 วันให้เราซื้อ 1 แถม 1 แต่อย่างที่บอกไปตอนแรกคือวันนี้วันดื่มนมโลก ทางร้านเลยจัดโปรฯมาพิเศษอีก 1 วัน ซึ่งเขาโปรโมตตามนี้ครับ

FB_IMG_1527850961177.jpg

ดีครับเลยได้จัดไป 1 แถม 1 แบบไม่รู้ตัวมาก่อนเพิ่งมาเห็นโปรวันนี้ ส่วนใครที่จะลองไปหาซื้อกาแฟดื่มแบบ  1 แถม 1 ที่ร้าน S&P มีตาราง Bluecup D-Day ปี 2018 มาฝากส่งท้ายครับ

fd29995b-9407-455c-a473-59384a98b2a5.jpg

พรุ่งนี้ต้องลุ้นหน่อยว่าจะมีโอกาสได้อะไร 2 แถม 2 ไหม…สุขสันต์วันดื่มนมโลกครับ