ใช้งาน Google Translate

google-translate.jpg

ตั้งแต่เขียนบทความมานอกเหนือจากการแชร์ผ่าน facebook ให้เพื่อนๆอ่านแล้ว

ตัวบทความเองก็ถูกเผยแพร่ผ่านทาง wordpress.com ด้วย

ซึ่งผู้เขียนคนอื่นๆสามารถเข้ามาอ่านได้ และต่างคนก็ต่างสามารถกด like กันได้เช่นกัน

แรกๆที่เขียนแล้วมีคนมากด like บทความ เนื่องจากเราเขียนเป็นภาษาไทย และคนที่มากดส่วนมากก็เป็น user ชาวต่างประเทศทั้งนั้น ก็สงสัยว่าจะไปอ่านรู้เรื่องได้อย่างไร ผมก็เลยคิดว่าที่เขามากด เพราะอยากจะดึงเราให้ไปอ่านที่บทความของเขาหรือเปล่า เพราะเวลาที่กด จะมี notification เตือนจากทางระบบมาที่เราพร้อมข้อมูลของคนที่กด

วันหนึ่งเลยลองเอาบทความที่เราเขียนไปลองแปลใน translate.google.com เลยถึงเข้าใจ

เดิมทีเคยมีรู้สึกที่ว่าตัวแปลภาษาของ google นี่มันแปลไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่หลังจากลองแปลดูแล้วปรากฏว่าแปลได้ค่อนข้างเนียนมาก ถึงจะไม่เต็ม 100% แต่ก็ยังพออ่านได้เข้าใจ

สรุปว่าเป็นเครื่องมือที่ดีครับ เผื่อใครเคยมองว่าเจ้านี่มันไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ จะได้ลองไปใช้งานดูใหม่ครับ

100th : เขียน blog แล้วได้อะไร

การเขียน

หลังจากเมื่อวานนี้ผ่านหลักกิโลที่สำคัญคือเขียน blog ได้ครบ 100 ตอนไปแล้ว วันนี้เลยอยากมาเล่าว่าส่วนตัวเขียนแล้วได้อะไรบ้าง เผื่อจะเป็นประโยชน์กับหลายคนที่สนใจ

  1. วินัย, การบังคับตนเอง อย่างแรกที่ได้เลยคือวินัย เพราะตั้งแต่เริ่มต้นทำวันแรกตั้งใจจะเขียนให้ได้ทุกวัน วันละ 1 เรื่อง ทำให้ในชีวิตมีภารกิจเพิ่มขึ้นมาอีก 1 อย่างคือการสรรหาเรื่องราวมาเขียนบทความในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเปิด internet อ่านหนังสือ จดจำ-จดบันทึกเรื่องราวต่างๆ คิดวิเคราะห์สิ่งที่เจอในแต่ละวัน และที่สำคัญคือต้องหาเวลาเขียนให้ได้ด้วย ดังนั้นส่วนใหญ่บทความที่เขียนจะเขียนมาจากบนมือถือครับ

    ตั้งแต่ที่เริ่มต้นเขียนมานี่นอนดึกประจำ เพราะมักจะเขียนตอนกลางคืน, ก่อนนอนมากกว่า ถ้าวันไหนยังคิดเรื่องที่จะเขียนไม่ออก ก็นอนดึกแน่นอน แต่ก็เพื่อความมีวินัยจึงไม่ได้ปล่อยผ่านแล้วก็ทำได้สำเร็จมีบทความขึ้น web ทุกวันจนครบ 100 ตอน ซึ่งจริงๆมี 2 ตอนที่หลุด ครั้งแรกคือเขียนเสร็จแล้วลืมกด publish ส่วนอีกครั้งคือเขียนๆแล้วเผลอหลับ555 ก็ต้องมา update ตอนเช้าครับ

  2. ความรู้ความสามารถ แน่นอนครับเรื่องที่ไปสรรหามาเขียนก็ต้องไปหาข้อมูลมา ไม่ว่าภาษาไทยภาษาอังกฤษ หาใน internet ในหนังสือก็ต้องอ่านๆๆ หรือว่าที่ไปฟังมาก็ความรู้ทั้งนั้น นอกจากนี้ก็ยังได้ความสามารถในการเขียน การเลือกใช้คำใช้สำนวน การจัดลำดับ ฯลฯ คือเยอะ ได้ skill การเขียนการสื่อสารไปเต็มๆ

    อื่นๆก็คือความรู้ในด้านสื่อ internet การทำ website ซึ่งเดิมทีไม่เคยทำมาก่อนรู้สึกว่าไกลตัว ปรากฎว่าตอนนี้มีความเข้าใจมากขึ้น เข้าใจการทำการตลาดของสินค้าต่างๆ การดึงคนเข้าสู่ website ความสำคัญของ website ช่องทางสร้างรายได้ต่างๆ (แม้เรายังไม่ไปถึงจุดนั้น)

    ส่วนใครที่ต้องการหารูปเพื่อใช้ในการทำสื่อต่างๆ ผมใช้ pixabay.com ก็ใช้ดีเลยครับ

  3. ความสัมพันธ์ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆที่ได้รับจากจุดนี้คือเราได้สื่อสารไปในสังคมคนรอบข้าง มีการปฏิสัมพันธ์กันเกิดขึ้น แน่นอนคือการกดไลค์การ comment นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องของการทำสื่อ เช่นมีพี่ที่แนะนำเรื่องการทำ website เบื้องต้นและแนะนำเครื่องมือต่างๆ มีน้องที่แนะนำเรื่องการใช้รูปในบทความ มีพี่น้องอีกหลายคนที่มาพูดคุยในมุมการค้าขายทำธุรกิจ สุดท้ายคือเวลาที่พบเจอใครก็ได้รับกำลังใจในการเขียนเสมอมา

เชื่อว่ายังไม่หมดแค่นี้นะครับ ในอนาคตถ้าทำต่อไปน่าจะมีอะไรดีๆมาอีกแน่นอน แล้วมีโอกาสจะได้มาแบ่งปันอีกครับ

100th : เขียน blog มาครบ 100 ตอนแล้วครับ

CzRuQmN.gif

วันนี้เขียน blog เป็นตอนที่ 100 ละครับ เย้!!!วู้!

จำได้ว่าเริ่มเขียนตอนแรกเมื่อ 11.11.17 มาครบ 100 ตอนในวันที่ 18.02.18 พอดี (ไม่มีอะไรเลขสวย55)

เหตุที่จู่ๆลุกขึ้นมาเขียน blog นี่หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นการเพิ่มช่องทางทำกินหรือเปล่า ส่วนตัวผมมองเห็นประโยชน์ตรงจุดนั้นเหมือนกันแต่ว่าก็ยังไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำ แรงจูงใจหลักๆมาจาก 2 อย่างคือ

  1. เห็นชาวบ้านเขาทำ คือเห็นหลายๆคนมีผลงานเขียนน่าสนใจโดยเฉพาะที่แชร์ผมมาทาง facebook รวมถึงคนที่ผมได้มีโอกาสไปติดตาม ซึ่งก็มีงานเขียนที่น่าสนใจทั้งสิ้น ส่วนสาเหตุที่สมัครเขียนใน website เลยเพราะรู้สึกว่าถ้าเขียนในหน้า wall ของ facebook มันจะรกๆ (เขินด้วย) แล้วมันก็จะถูกดันตกไปเรื่อยๆด้วย เวลาจะย้อนกลับไปหามันหายาก แต่ถ้าใน web จะย้อนกลับไปหาได้ง่ายกว่าเยอะ
  2. อยากจะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น คืออยากจะส่งคุณค่าให้กับคนที่ได้ผ่านมาอ่านในทุกๆวัน ซึ่งอธิบายไว้ post แรก link : First blog post ดังนั้นเรื่องที่เลือกมาเขียนจะไม่เอาเรื่องดราม่า น่ากลัว ปวดหัวหรือเครียดมาเขียน จะเน้นไปในทางพัฒนาตัวเอง สร้างแรงบันดาลใจ ถ้อยคำหนุนน้ำใจ ความรู้ ประสบการณ์อะไรพวกนั้นมากกว่า ซึ่งก็เกิดจากการคิดเองบ้าง ฟังมาบ้าง แปลมาบ้าง อ่านมาบ้าง แต่ว่าเขียนเป็นภาษาของตัวเองทั้งหมดครับ

ปัจจุบันเวลาที่เขียนบทความเสร็จแล้ว (ซึ่งส่วนมากจะเขียนเสร็จตอนกลางคืน) จะเอามาเผยแพร่ใน facebook ให้เพื่อนๆอ่านในวันรุ่งขึ้น แต่ว่าไม่ได้เริ่มแชร์ตั้งแต่วันแรกที่เขียนครับ มาเริ่มแชร์ตอนที่ 12

ในที่นี้จึงมีอยู่ 11 ตอนที่ไม่ได้โพสผ่าน facebook มาก่อน ขอรวบรวมมาไว้ ฉลองครบรอบ 100 ตอนครับ

สวัสดีครับ!!!

นกแก้ว

ไม่มีตรงกลาง

smart

อำลา

social

กฎ 10 นาที

เทคนิค

Mr.T

HOPE

ลดความหวาน

ขอบคุณหลายๆคนที่ติดตามและหวังว่าจะเขียนได้ดีและเป็นประโยชน์มากขึ้น

และมีโอกาสจะมาเขียนต่อครับว่าเขียน blog มา 100 ตอนแล้วได้อะไรบ้างครับ

Time to write!

typewriter-801921_1280.jpg

If you don’t write when you don’t have time for it, you won’t write when you do have time for it.

Katerina Stoykova Klemer

  • จากที่ได้ลองเขียน blog มาประมาณหนึ่งเดือน ณ จุดนี้ยังรู้สึกดีมากๆที่ยังเขียนได้ทุกวัน บางวันคิดออกเร็ว บางวันคิดออกช้า บางวันต้องนอนดึกบ้างเพราะอยากจะรับผิดชอบงานเขียนนี้ให้สำเร็จ
  • สำหรับคนที่สนใจงานเขียน ก็ขอยกถ้อยคำข้างต้นมาฝาก (ขอแปลเป็นคำพูดตัวเองนะครับ)
  • หากเราไม่เขียนตอนที่เราไม่มีเวลา ก็อย่าคิดเลยว่าตอนที่เรามีเวลา แล้วเราจะเขียน…
  • ยินดีที่ได้เขียนให้ทุกคนอ่านและเชื่อว่าสิ่งที่เขียนจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่อ่านได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ