บทเรียนการตั้ง(เขียน)เป้าหมายในชีวิต

arm-1284248_1280.jpg

คนวัยหนุ่มสาวหลังจากเรียนจบเริ่มต้นทำงานก็มีแนวทางคล้ายๆกัน

ทำงาน ใช้จ่าย เพิ่มรายได้ พยายามจะตั้งตัว มีกิจการ ลงทุน สร้างความมั่งคั่ง ฯลฯ

กระบวนการที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ การตั้งเป้าหมาย กล่าวเจาะจงกว่านั้นคือการเขียนเป้าหมายลงเป็นลายลักษณ์อักษร

ถ้ามีการเขียนเป้าหมาย ผลลัพธ์ออกได้ 2 แบบ

1)บรรลุได้ตามเป้าหมาย

2)ไม่บรรลุตามเป้าหมาย

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่รู้กันดีอยู่แล้ว แต่จุดที่จะชี้ให้เห็นในวันนี้คือถ้าไม่มีการเขียนเป้าหมาย สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นได้คือ

มีโอกาสแล้วแต่ไม่บรรลุเป้าหมาย

ยกตัวอย่างเช่น เราอาจคิดๆเอาไว้ว่าจะมีธุรกิจของตัวเอง ซึ่งก็ไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าจะเริ่มตอนอายุเท่าไรและใช้ทุนเท่าไร ก็ทำงานๆเก็บเงินไปก่อนซึ่งคิดว่าต้องใช้เวลาหลายปี

ปรากฎว่ามีปีหนึ่งขณะทำงานเก็บเงินอยู่นั้นได้โบนัสก้อนใหญ่มากๆ ซึ่งจริงๆอาจใช้เริ่มต้นธุรกิจได้ แต่พอดีไม่ได้เขียนเป้าหมายอย่างเจาะจงเอาไว้ เงินโบนัสก็อาจจะถูกนำไปทำอย่างอื่น

เช่น เที่ยวต่างประเทศ ลงทุนในหุ้นเก็งกำไร แต่งรถ ฯลฯ แล้วเมื่อเวลาผ่านไปก็พบว่าเสียโอกาสการเริ่มต้นธุรกิจไปแล้ว

ซึ่งถ้าลองไปถามหลายๆคนจะมีประสบการณ์เสียดายๆเหล่านี้แตกต่างกันออกไป

แต่ถ้าสมมติเราได้เขียนเอาไว้ เมื่อโอกาสมาถึง เราก็จะทำทันที หรือถ้ายังไม่ถึงเป้าหมาย เราก็จะไม่ดันทุรังทำเช่นกัน แถมยังนำมาทบทวนได้อีกด้วย

การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้เรามีโฟกัสและแนวทางปฏิบัติโดยไม่ถูกกระทบจากอารมณ์หรือสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

และพระเจ้าตรัสตอบข้าพเจ้าว่า “จงเขียนนิมิตนั้นลงไป จงเขียนไว้บนแผ่นป้ายให้กระจ่าง เพื่อให้คนที่วิ่งอ่านได้คล่อง เพราะว่านิมิตนั้นยังรอเวลาของมันอยู่ มันกำลังรีบไปถึงความสำเร็จ มันไม่มุสา ถ้าดูช้าไป ก็จงคอยสักหน่อย มันจะบังเกิดขึ้นเป็นแน่ คงไม่ล่าช้านัก
ฮาบากุก 2:2‭-‬3 TH1971

 

ปัญญาจารย์ – ความล้ำลึกที่แตะใจ

nature.jpeg

กษัตริย์ซาโลมอนได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มั่งคั่งที่สุดในโลก และในพระคัมภีร์ยังกล่าวอีกว่าเขาเป็นผู้ที่มีสติปัญญามากที่สุดด้วยเพราะเขาได้ทูลขอสติปัญญาจากพระเจ้าเพื่อใช้ในการปกครองบ้านเมือง และพระเจ้าได้ประทานให้ (1พงศ์กษัตริย์3)

ด้วยสติปัญญาของซาโลมอน กษัตรย์ผู้นี้ยังได้เขียนหนังสือหลายเล่มที่เป็นแหล่งความรู้และปัญญา ทั้งหนังสือสุภาษิต และหนังสือปัญญาจารย์ ซึ่งวันนี้จะขอกล่าวถึงหนังสือปัญญาจารย์ครับ

หนังสือปัญญาจารย์กล่าวถึงชีวิตของมนุษย์ว่าล้วนเป็นอนิจจัง ตรากตรำทำสิ่งซ้ำๆเดิมๆและไม่มีความหมาย และหนังสือนี้ได้แฝงจุดมุ่งหมายที่ชี้ให้มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยมีพระเจ้า

ถ้อยคำที่ซาโลมอนเขียนค่อนข้างมีความล้ำลึกและแตะต้องใจผม ขณะที่อ่านไปก็เรียนรู้ถึงความจริง (ถึงกับต้องแอบยิ้มมุมปาก) จึงอยากจะมาแบ่งปัน ลองดูกันในบางช่วงบางตอนครับ โดยขอยกตัวอย่างจากบทที่สองของหนังสือปัญญาจารย์ครับ

‘คนมีสติปัญญารู้ว่าจะเดินไปทางไหน แต่คนเขลาเดินในความมืด ถึงกระนั้นข้าพเจ้าก็ตระหนักว่า เคราะห์อย่างเดียวกันเกิดขึ้นแก่พวกเขาทุกคน ข้าพเจ้าเห็นว่าสติปัญญามีประโยชน์กว่าความเขลา เหมือนความสว่างมีประโยชน์กว่าความมืด ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่า “เคราะห์ที่เกิดแก่คนเขลา ก็จะเกิดกับตัวข้าพเจ้าด้วย ถ้าเช่นนั้นแล้วข้าพเจ้าจะมีสติปัญญามากมายไปทำไมเล่า?” ข้าพเจ้าจึงรำพึงว่าเรื่องนี้ก็อนิจจังเหมือนกัน ‘ ปัญญาจารย์ 2:13-15 https://www.bible.com/bible/174/ECC.2.13-15

ซาโลมอนพูดถึงสติปัญญาและความโง่ในข้อที่ 13-15 และบอกว่าถึงแม้ตัวเขาหรือคนฉลาดจะมีสติปัญญารู้ว่าจะต้องไปทางไหนอย่างไร ขณะที่คนโง่คงจะไม่รู้ทางไป แต่สุดท้ายเคราะห์อย่างเดียวกันก็เกิดขึ้นกับทุกคนรวมถึงตัวเขาอยู่ดี เพราะฉะนั้นจะมีสติปัญญามากมายไปทำไม…

‘ข้าพเจ้าเกลียดการตรากตรำทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำอยู่ภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะข้าพเจ้าจำต้องละการนั้นไว้ให้แก่คนที่มาภายหลังข้าพเจ้า แล้วใครจะไปทราบว่าเขาคนนั้นจะเป็นคนมีสติปัญญาหรือคนเขลา กระนั้นเขาก็ครอบครองการตรากตรำทุกอย่างของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้ตรากตรำมาและใช้สติปัญญาทำภายใต้ดวงอาทิตย์ นี่ก็อนิจจังด้วย ข้าพเจ้าจึงหันกลับและท้อแท้ใจนักถึงเรื่องการตรากตรำทั้งสิ้น ซึ่งข้าพเจ้าตรากตรำมาภายใต้ดวงอาทิตย์ เพราะว่ามีคนที่ตรากตรำโดยใช้สติปัญญา ความรู้ และความชำนาญ แต่แล้วก็ละส่วนแบ่งของเขาให้อีกคนหนึ่งที่หาได้ตรากตรำทำเพื่อการนั้นไม่ นี่ก็อนิจจังด้วยและสามานย์ยิ่ง ‘ ปัญญาจารย์ 2:18-21 https://www.bible.com/bible/174/ECC.2.18-21

ข้อ 18-21 จะเห็นภาพชัดในแง่ของธุรกิจทีสุดท้ายก็ต้องเปลี่ยนมือ โดยเฉพาะถ้าเป็นธุรกิจครอบครัวซื่งต้องส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป ซาโลมอนรำพึงว่าเราจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่มารับไม้ต่อจากเราเป็นคนมีสติปัญญาหรือเป็นคนเขลา ถึงแม้เจ้าตัวจะตรากตรำดูแลธุรกิจการงานของเขาอย่างเข้มงวด ใช้ทั้งสติปัญญา ความรู้และความชำนาญ แต่สุดท้ายเขาก็จำต้องละไว้ให้กับคนรุ่นต่อๆไป (ถึงแม้ว่าเขาจะเลือกคนรุ่นต่อจากเขาให้เป็นคนที่ไว้วางใจได้ แต่ก็ใช่ว่าคนรุ่นถัดจากนั้นจะดีเหมือนเดิม) อีกเรื่องที่ทำซาโลมอนท้อแท้คือแม้ตัวเองเป็นคนตรากตรำกระทำการงานไว้มากมาย ยังไงก็จะมีคนรุ่นถัดๆไปมารับส่วนแบ่งซึ่งคนเหล่านั้นไม่ได้ตรากตรำทำเองด้วยอยู่ดี

สุดท้ายเราได้อะไรจากการอ่านข้อความของซาโลมอน เราจะท้อแท้ วางมือ หรือรู้สึกว่าอยู่ไปก็ไม่ได้อะไร หรือเราจะตรากตรำมากขึ้นอีกเพื่อที่จะเอาชนะเคราะห์ (จากข้อ13-15) ที่จะเกิดขึ้นกับเรา  หรือจะตรากตรำมากขึ้นอีกเพื่อชิงส่วนแบ่ง (ในข้อ18-21) มาเป็นของเราให้มากที่สุด

ซาโลมอนทิ้งคำตอบไว้ในช่วงท้ายของบทที่สอง ในข้อที่ 24-26

‘สำหรับมนุษย์นั้นไม่มีอะไรดีไปกว่ากินและดื่ม กับชื่นชมผลจากการตรากตรำของเขา นี่แหละข้าพเจ้าเห็นด้วยว่าเป็นมาจากพระหัตถ์ของพระเจ้า ด้วยถ้าไม่อาศัยพระองค์ แล้วใครจะกินได้เล่า? หรือใครจะชื่นบานได้? เพราะว่าพระเจ้าประทานสติปัญญา ความรู้ และความยินดีให้แก่คนที่พระองค์พอพระทัย แต่ส่วนคนบาปพระองค์ประทานภารกิจที่ต้องเก็บเกี่ยวและสะสม เพื่อให้แก่ผู้ที่พระเจ้าพอพระทัย นี่ก็อนิจจังด้วยคือ กินลมกินแล้ง’ ปัญญาจารย์ 2:24-26 https://www.bible.com/bible/174/ECC.2.24-26

นั่นคือจุดมุ่งหมายของหนังสือปัญญาจารย์ที่พูดถึงชีวิตคนเราหากไม่มีพระเจ้า ก็ไม่มีความหมาย เพราะว่าสิ่งที่มนุษย์ชื่นชอบนั่นก็คือการกินดื่มและชื่นชมผลงานต่างๆ แต่สิ่งเหล่านั้นจะมาจากไหนได้ถ้าไม่ใช่พระเจ้าประทานให้ทั้งสติปัญญา ความรู้และความชื่นชมยินดีต่างๆ ในขณะที่คนซึ่งพระเจ้าไม่พอพระทัย ก็คงจะต้องก้มหน้าก้มตาทำภารกิจต่างๆไปบนความอนิจจัง คือกินลมกินแล้ง ไม่มีความยินดี…

พระเจ้าประทานสติปัญญาและความยินดีให้กับผู้ที่พระองค์พอพระทัย

มังคุด&ทุเรียน

fruits-2637541_1280

รู้หรือไม่!? ลูกมังคุดจะมีก้นที่มีลักษณะคล้ายดอก จำนวนกลีบของก้นมังคุดสามารถบ่งบอกถึงจำนวนของเนื้อมังคุดที่อยู่ภายในเปลือกได้ด้วย

mangosteen-811154_1280.jpg
จำนวนกลีบของเนื้อมังคุดจะเท่ากับกลีบของดอกที่ก้นลูก

ที่เรารู้จำนวนเนื้อในมังคุดได้ก็เพราะผลของมันเผยบางสิ่งออกมาภายนอก…

…เช่นเดียวกันกับตัวเรา คนอื่นจะรู้ถึงความรู้สึกภายใน หรือตัวตนของเราได้ก็เพราะสิ่งที่แสดงหรือพูดออกมา

บ่อ‍น้ำ‍พุ​จะ​มี​ทั้ง​น้ำ‍จืด​และ​น้ำ‍เค็ม ​พุ่ง​ออก​มา​จาก​ช่อง​เดียว‍กัน​ได้​หรือ?
ยากอบ 3:11 (THSV11)

…บ่อน้ำพุที่พุ่งออกมา ถ้าออกมาภายนอกเป็นน้ำเค็ม ก็รู้แล้วว่าภายในบ่อนี้เค็มแน่นอน

…คำพูดที่ออกมา ถ้าออกมาเป็นคำพูดเสียๆลบๆ ก็รู้แล้วว่าภายในคนนี้คิดลบแน่นอน

ให้เราเป็นแบบทุเรียนดีกว่าครับ ภายนอกนี่ดูไม่รู้เลยว่ามีอะไร (แถมมีหนามอีกด้วย) แต่ข้างในกลับเป็นเนื้อผลไม้ที่อร่อยจนใครๆถามหา

singapore-314915_1280.jpg

…ถ้าจะเปิดเผยออกมา ก็เปิดเผยออกมาด้วยสิ่งดีๆ ดีกว่าครับ

จง​ระแวด‍ระวัง​ใจ​ของ​เจ้า​ยิ่ง‍กว่า​สิ่ง​อื่น‍ใด เพราะ​ทุก‍สิ่ง​ที่​เจ้า​ทำ​ออก‍มา​จาก​ใจ
สุภาษิต 4:23 (THSV11)

ด้วยความมั่นใจ

barber.jpg

ลองพิจารณาสถานการณ์แบบว่า…

ช่างตัดผมที่ตัดที เล็งที ตัดอีกมีขอเล็งอีกที…

พ่อครัวทำอาหาร ทำไปชิมไป ชิมแล้วชิมอีก ไม่ลงตัว…

ทีมเต้นที่นักเตะแต่ละคนชำเลืองมองกันและกันทุกจังหวะ…

นักบอลที่สีหน้าไม่ดีก่อนยิงลูกจุดโทษ…

ที่ปรึกษาการลงทุนที่ไม่มั่นใจจะให้ซื้อหรือขายดี…

หรือนักแสดงที่ขอเทคแล้วเทคอีก…

ทำหน้าที่ ได้รับมอบหมายอะไรก็ควรทำอย่างตั้งใจ หากไม่มั่นใจ เห็นทีจะต้องพัฒนาฝีมือ

Do you see a man skillful in his work?
He will stand before kings;
he will not stand before obscure men. – Proverb 22:23 (ESV)

 

ลงตัวดี

buffet-delicious-dinner-5929

วันก่อนไปกินข้าวกันกับเพื่อนครับ สมาชิก 7 คนก็สั่งอาหาร 9 อย่างครับ จำได้ดังนี้

  • สปาเก๊ตตี้ผัดต้มยำ
  • ปอเปี๊ยะสดเนื้อปู
  • ตำซั่วใส่เส้นขนมจีน
  • พล่าปลาแซลมอน
  • ไข่เจียวหมูสับ
  • สเต๊กหมู
  • น้ำพริกลงเรือ
  • ปลาหมึกผัดไข่เค็ม
  • ยำวุ้นเส้น
  • (แถมสั่งข้าวเปล่ามากินด้วยอีกต่างหาก)

คือไม่น่าจะไปกันได้นะครับแต่รวมโต๊ะกันแล้วก็ลงตัวดี

ส่วนสมาชิกที่ร่วมโต๊ะกันครับ…

  • บางคนก็ทำงานก็ทำงานที่เคร่งเครียด
  • แต่บางคนก็ทำงานแบบที่ต้องสร้างสรรค์
  • บางคนนั่งโต๊ะ
  • แต่บางคนก็ต้องออกพบปะ
  • บางคนต้องใส่เครื่องแบบ เสื้อเชิ๊ตกางเกงผ้า
  • แต่บางคนก็ใส่ตามแฟชั่นฯจัดเต็ม
  • บางคนต้องแข่งขันสูง
  • แต่บางคนก็สบายๆ

ไลฟ์สไตล์คนละเรื่องเลยนะครับแต่รวมโต๊ะกันแล้วก็ลงตัวดี

Oil and perfume make the heart glad,
    and the sweetness of a friend comes from his earnest counsel – Proverb27:9 (ESV)

Stop Valve

Stop Valve.jpg

หลายคนน่าจะเคยเห็นหรือรู้จัก stop valve นะครับ หน้าตาเหมือนก๊อกน้ำแต่มีไว้สำหรับเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างท่อน้ำกับสายน้ำดี

วันก่อนที่บ้านมีการซ่อมท่อน้ำครับ เดิมทีอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้ไม่มี stop valve ดังนั้นขณะที่เปลี่ยนสายน้ำดี จึงต้องปิดปั๊มน้ำ แม้ปิดปั๊มไปแล้วแต่น้ำที่ค้างท่ออยู่ก็ยังไหลออกมา จึงต้องรอ และพื้นที่ก็เปียกเล็กน้อยครับ

แต่ตอนนี้ติดตั้ง stop valve เรียบร้อย

ต่อไปหากจะเปลี่ยนอุปกรณ์อีก ก็ไม่ต้องปิดปั๊มน้ำแล้วเพราะว่าเราสามารถหมุนปิดวาว์ลน้ำตรงจุดนี้ได้เลย น้ำตรงจุดนี้ก็ไม่ไหล สามารถถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ได้แบบสบายๆไม่เปียก

++++++++++++++++++++

หากเปรียบการทะเลาะเป็นเหมือนสายน้ำ ถ้าเราเปิดท่อหรือเปิดทางให้น้ำไหล มันก็ไหลอย่างอิสระ ไหลไม่หยุดแล้วพื้นที่ก็เปียกเลอะเทอะ วุ่นวาย เป็นเรื่องเป็นราว

แต่ถ้าเรามี stop valve คือหยุดกระแสน้ำที่ไหล ไม่ให้เกิดความเสียหาย…

พอข้อพิพาทเริ่มไหลมา เราก็รีบปิด เมื่อความขัดแย้งเริ่มก่อตัว เราก็รีบหยุด ไม่ปล่อยให้ไหลไปอย่างอิสระ ชีวิตเราน่าจะเย็นขึ้น ไม่ประสบกับการทะเลาะวิวาท

อย่าลืมติดตั้ง stop valve ในตัวเรา

อย่าปล่อยให้กระแสแห่งการทะเลาะหลั่งไหล

The beginning of strife is like letting out water,
    so quit before the quarrel breaks out. – Proverb 17:14 (ESV)  

 

Comparison

fox

Comparison is the thief of joy. – Theodore Roosevelt

ทำไมอาหารในจานคนข้างๆมันดูน่ากินกว่า

ทำไมรถของคนนั้นเขาสวยกว่า

ทำไมสวนดอกไม้ของข้างบ้านสวยจริง

ทำไมเขาซื้อของเหมือนเราแต่ได้ราคาถูกกว่าเรา

ทำไมชีวิตเขาดูดีกว่า

เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้นะครับ

เป็นธรรมดาสำหรับโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน…

Each one should test their own actions. Then they can take pride in themselves alone, without comparing themselves to someone else, for each one should carry their own load. Galatians 6:4-5 NIV

มองทื่ตัวเอง อย่าเปรียบเทียบกันเลย…