ผลตอบแทนที่สูงขึ้นส่งผลต่อการพิชิตเป้าหมายการออม

ด้วยระยะเวลาออมที่เท่ากัน (30ปี) และขนาดการลงทุนที่เท่ากัน (เดือนละ 3,000บาท) การลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นช่วยให้พิชิตเป้าหมายเงินออมได้ก้อนใหญ่ขึ้น และเร็วขึ้น

หากพิจารณาจากตาราง Excel ที่แนบมาจะพบว่าเราสามารถจัดการลงทุนได้ 3 แผน

แผนที่1 คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 2% ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนในเงินฝาก กองทุนรวมตลาดเงิน หรือพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งเสี่ยงต่ำแต่ก็ได้ผลตอบแทนที่คาดหวังต่ำ และทำให้ได้เป้าหมายเงินออมต่ำ (1.4 ล้านบาท)

แผนที่2 คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ซึ่งจะต้องมีการผสมสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น เช่น หุ้นกู้ กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ หรือกองทุนผสมหุ้นบางส่วน แม้มีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ทำให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และเป้าหมายเงินออมสูงขึ้น (2.5 ล้านบาท)

แผนที่3 คาดหวังผลตอบแทนเฉลี่ย 12% ซึ่งมาจากการผสมการลงทุนในหุ้น ทั้งไทยและต่างประเทศ และการลงทุนที่มีนโยบายลงทุนที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น แม้มีความเสี่ยง แต่ด้วยระยะเวลาการลงทุนที่ยาวนานทำให้สามารถยอมรับความเสี่ยงตรงนี้และคาดหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ และพิชิตเป้าหมายเงินออมสูงที่สุด (10 ล้านบาท)

ทั้งนี้ปัจจัยระยะเวลาการลงทุนที่ยาวกว่า (เช่น 30 ปี กับ 25 ปี) และปัจจัยขนาดการลงทุน (เช่น 3,000 บาทต่อเดือน หรือมากกว่า หรือน้อยกว่านี้) ก็ย่อมส่งกระทบต่อการพิชิตเป้าหมายเช่นกัน